NetDesign สร้างร้านค้าออนไลน์ให้ฟรี
Posted on May 29, 2010
สถาบัน NetDesign ประกาศรับทำหน้าร้านค้าออนไลน์ฟรีสำหรับผู้ค้าราชประสงค์และผู้ค้าที่ถูกเพลิง ไหม้ พร้อมทำประชาสัมพันธ์
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. สถาบัน NetDesign ประกาศช่วยผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ ที่สูญเสียร้านค้า และผู้ที่สูญเสียรายได้จากการปิดทำการเป็นระยะเวลานาน โดยสถาบัน NetDesign จะจัดทีม Designer นำภาพและข้อมูลสินค้าที่ผู้ประกอบการยังคงมีเหลือมาจัดทำร้านค้าออนไลน์ และประชาสัมพันธ์ออนไลน์ให้กับทุกร้านค้า ทุกพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อสร้างรายได้และระบายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ
โดยสามารถติดต่อได้ที่
NetDesign Call Center: 02-642-1100
ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.
สุขภาพดี : นอนไม่หลับ…รักษาได้ด้วย ธรรมชาติบำบัด
Posted on May 22, 2010เคยบ้างไหมที่คุณพบว่าตัวเอง เหวี่ยงตัวไปมาบนเตียงและพยายามนอนให้หลับ? หรือต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนเช้ามืดจนทำให้รู้สึกว่าชีวิตของคุณกำลัง ถูกครอบงำ หากเป็นเช่นนั้น แสดงว่าคุณกำลังเผชิญกับโรคนอนไม่หลับแบบรุนแรงอยู่นั่นเอง
หลายคนมี ปัญหานอนไม่หลับเมื่อต้องผ่านช่วงเคร่งเครียดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวล ความตึงเครียด และความหดหู่ ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน ซึ่งมีการประมาณว่า 40% ของคนไทยต้องทนทรมานจากโรคนอนไม่หลับ และมีจำนวนถึง 10% ที่นอนไม่หลับแบบเรื้อรังยาวนาน
แต่โรคนอนไม่หลับสามารถบำบัดได้โดยวิธีรักษาแบบธรรมชาติ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพื้นฐานง่ายๆ ปัจจุบันก็มีการผสมผสานระหว่างวิธีทางธรรมชาติกับเทคนิควิทยาการใหม่ๆ เพื่อช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับให้ดีขึ้น และปรับร่างกายให้หลับได้ง่ายขึ้น นั่นคือ
1. การควบคุมอาหารและการใช้อาหารเสริม
อาหารและเครื่อง ดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เป็นสารกระตุ้นที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการนอนไม่หลับ คนที่เป็นโรคนอนไม่หลับจึงควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม ช็อคโกแลต ชาและกาแฟ และกินอาหารที่มีทริปโตแฟน (กรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโปรตีน) แคลเซียม และแม็กนีเซียมมากขึ้น เพื่อช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น โดยสารเหล่านี้มีอยู่ในอาหารจำพวกกล้วยชนิดต่างๆ ผักใบเขียว ถั่ว โดยเฉพาะเมล็ดอัลมอนด์ โยเกิร์ต ไก่งวง ปลา ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลือง และซีเรียลธัญพืช
เวลาที่ต้องเผชิญกับสภาวะเครียดนานๆ อาจมีผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายด้วย โดยเฉพาะต่อมหมวกไต ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนพวกอะดรีนาลิน ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารบางอย่างมากกว่าปกติ จนอาจทำให้เกิดโรคขาดสารอาหารได้ด้วย และต้องรักษาด้วยการควบคุมอาหารและใช้อาหารเสริม
2. การใช้สมุนไพร
ยา และสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย ผลิตสารปรับสภาพร่างกายไตโมเลปติคส์ เพื่อปรับสภาพอารมณ์ สารต้านอาการวิตกกังวล และยานอนหลับ ยาเหล่านี้สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวันในการรักษาโรคนอนไม่หลับ ช่วยในการปรับสภาพอารมณ์ หรืออาจเลือกใช้บางตัวยาในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้นอนหลับ
3. การใช้ยารักษาโรคและสารสกัดจากดอกไม้ (Bush flowers)
การใช้ยารักษาโรค หรือสารสกัดจากดอกไม้ เป็นการรักษาที่ใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการแตกต่างกัน เพื่อช่วยในการปรับสมดุล ผ่อนคลาย และฟื้นฟูสภาพจิตใจ
4. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเรื่องการนอนหลับให้ดีขึ้น
- หา วิธีผ่อนคลายก่อนเข้านอน เช่น แช่เท้าในน้ำอุ่นผสมเกลือแมกนีเซียม ซัลเฟต (Epsom salts) ฟังเพลงเบาๆ การได้ลงแช่น้ำผสมน้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ ตะไคร้ Ylang Ylang และ Nueroli
- หลีกเลี่ยง สิ่งต่างๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นก่อนเข้านอน เช่น ดูโทรทัศน์ ใช้คอมพิวเตอร์
- หรี่ไฟในห้องนอนลงประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อช่วยลดการตื่นตัวจากระดับฮอร์โมนเมลาโทนินในสมอง
- ทำ กิจกรรมเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกายทุกวัน เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ นวดผ่อนคลาย ฟังเพลงสบายๆ
- จัดเตียงนอนให้เหมาะสมกับการพักผ่อน นอนหลับ
- หลังจากเอนกายลงนอน 30 นาทีแล้วยังไม่รู้สึกง่วง ให้ลุกออกจากเตียง และรอให้รู้สึกง่วงอีกครั้งจึงค่อยกลับไปนอนต่อ ถ้ามีเรื่องกังวลก็ให้จดบันทึกไว้ก็ได้
- สร้างบรรยากาศให้สบาย น่านอน และกำจัดบรรยากาศที่เป็นอุปสรรคต่อการนอน เช่น ชุดนอนที่โปร่งเบาสบาย ปรับอุณภูมิห้องนอนให้เย็นสบาย กำจัดเสียงและแสงรบกวนต่างๆ
- เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเสมอ แม้ในช่วงวันหยุด
- พยายามงดนอนกลางวันเพื่อจะได้รู้สึกเหนื่อย ล้าอยากพักผ่อนมากที่สุดในตอนกลางคืน
อาการนอนไม่หลับทั้งแบบรุนแรงและเรื้อรัง ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนพฤติกรรมประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์เพื่อปรับนาฬิกาในร่างกายและสร้างรูปแบบการนอนหลับที่ต่อเนื่องมาก ขึ้น และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ก็เป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หากใครที่นอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ ลองเริ่มต้นตั้งนาฬิกาชีวิตตัวเองดูใหม่ คุณก็จะได้ผ่อนคลายด้วยการนอนหลับอย่างมีความสุขได้เช่นกัน
สุขภาพดี มีได้ไม่ยากถ้าคุณมีเคล็ดลับ สุขภาพดี จากเราเพื่ือ สุขภาพดี ของคุณทุกวัน
GoodFoodGoodLife.in.th เราอยากให้คุณมี สุขภาพดี , กินดี อยู่ดี , พักผ่อน และเราก้อมี เคล็ดลับสุขภาพ ดีๆ ด้วย สูตรอาหาร ดีๆ เพื่อคุณเสมอ
TAG : goodfoodgoodlife.in.th , Nestle , Wellness
ตกแต่งภายใน ด้วยหินอ่อน
Posted on May 18, 2010อีกรูปแบบหนึ่งของการ ตกแต่งภายใน ห้องน้ำด้วยหินอ่อน วัสดุที่ช่วยเพิ่มความเย็นให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี
1. ตกแต่งภายใน เพิ่มความเย็นยิ่งขึ้นไปอีกให้กับห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่เย็นที่สุดในบ้านอยู่แล้ว โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องปรับอากาศเลย ด้วยการนำหินอ่อน ตกแต่งภายใน และกระเบื้องที่มีลวดลายใกล้เคียงกัน มาเป็นส่วนประกอบหลักในการ ตกแต่งภายใน ห้องน้ำ ไม่ว่าหน้าร้อนไหน ๆ ก็อาศัยความชุ่มฉ่ำจากห้องน้ำนี้ ได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว
2. ตกแต่งภายใน เล็ก เล็ก สร้างประโยชน์ บานเปิดตู้เสื้อผ้า ที่ซอยย่อยให้แต่ละบานมีขนาดเล็กลง แต่ได้ปริมาณตู้มากขึ้น ให้พื้นที่การใช้งาน ตกแต่งภายใน ที่เท่ากัน แต่ประหยัดเนื้อที่ในการเปิด-ปิด ได้มากกว่า อีกทั้งรูปทรงและลวดลายของหน้าบาน ยังช่วยสร้างความรู้สึกให้ห้องน้ำ แลดูโปร่งและมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานมากขึ้นอีกด้วย
3. ตกแต่งภายใน เชื่อมต่ออย่างกลมกลืน Approach ทางเข้าห้องน้ำ ที่ ตกแต่งภายใน ให้ดู Grand ไม่ต้องอายใคร ด้วยประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่มี Design เดียวกันกับบานประตูในส่วนอื่น ๆ ของบ้าน เพราะเรามีห้องน้ำที่ ตกแต่งภายใน สวยงามน่าอวด ขนาดนี้ ใยต้องยึดติดกับประตูห้องน้ำวัสดุสังเคราะห์ตามรสนิยมแบบเก่า ๆ อยู่อีก
4. ตกแต่งภายใน แค่ครึ่งเท่านั้น เปลี่ยนความรู้สึกของพื้นผิวสัมผัส ด้วยกระจกเงาบานใหญ่ ที่ติดตั้งอยู่เหนือกระเบื้องปูผนัง ซึ่งช่วยลดความเลี่ยนอันเกิดจากการใช้วัสดุ ตกแต่งภายใน ชนิดเดียวกันในการ ตกแต่งภายใน แต่ช่วยเพิ่มขนาดพื้นที่ทางสายตาให้กับห้องน้ำ จะได้ดูโล่งกว้างขึ้นของความรู้สึกในขณะใช้งาน
5. ตกแต่งภายใน เคาน์เตอร์รูปตัวแอลต่างระดับ เป็นการเชื่อมต่อของ Function ตกแต่งบ้าน ที่สร้างประโยชน์ใช้สอย ตกแต่งภายใน ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพราะชั้นวางของด้านข้าง ยังสามารถใช้เป็นที่นั่งสำหรับทำกิจกรรมจิปาถะ ตัดเล็บ หวีผม ก่อนออกจากห้องน้ำได้อีกด้วย
6. ตกแต่งภายใน เพิ่มความหนาของฉากกั้นพื้นที่สำหรับกิจกรรมส่วนตัวขึ้นอีกนิด ก็จะได้ชั้นวางของ วางหนังสืออ่านเล่นแก้เหงา เป็น ตกแต่งภายใน ความคุ้มค่า 2 in 1 ที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่เปลืองงบประมาณ
Tags : ตกแต่งบ้าน, ตกแต่งภายใน, บ้านและสวน, ห้องนอน
โครงการพระราชดำริ “ชั่งหัวมัน”
Posted on May 18, 2010ชั่งหัวมัน โครงการตามพระราชดำริ ชื่อโครงการถือว่าแปลก ชวนให้คิดและตีความไปต่าง ๆ นานา ถ้าตีความหมายตามสำนวนไทย ช่างหัวมัน ก็หมายถึง ไม่ต้องไปสนใจ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด ใครจะทำอะไรก็ทำไป ไม่ต้องไปใส่ใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์มีสายพระเนตรยาวไกลและความคิดที่ลึกซึ้ง ชั่งหัวมันจึงไม่ใช่แค่เอาหัวมันมาชั่ง หรือใครจะทำอะไร ไม่ต้องสนใจกัน หากแต่ว่ามีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่
นางปาริชาติ ศรีวิพัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นให้เป็นโครงการที่ประชาชนและทุกฝ่ายมาร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เกิดการรวมกลุ่ม เมื่อเกิดการร่วมแรงร่วมใจแล้ว งานก็จะเกิดความเจริญก้าวหน้า
สำหรับโครงการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริและทรงดำเนินการในที่ดินส่วนพระองค์ บริเวณ หมู่ที่ 5 บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ทรงงานทั้งสิ้น 250 ไร่ เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ต้นปี 2552 เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร รวมทั้งให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแปลง หรือมาช่วยงานพระองค์โดยการ จ้างงาน โดยสำนักงาน เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร รับสนองพระราชดำริดำเนินกิจกรรม ของโครงการ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการ รวมทั้งบูรณาการโครงการด้านการเกษตรต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ พื้นที่ใน โครงการชั่งหัวมัน ตาม พระราชดำริ มีการปลูกพืชผักต่าง ๆ ไว้มากกว่า 40 ชนิด เช่น มันเทศ อาทิ มันเทศญี่ปุ่น, มันเทศออสเตรเลีย, มันต่อเผือกจากคลองวาฬ, มันปีนัง ฯลฯ พืช ผัก อาทิ กะเพรา, โหระพา, พริกพันธ์ุ ซูเปอร์ฮอต, มะเขือเทศราชินี, มะเขือยาว, มะเขือเปราะ, หน่อไม้ฝรั่ง, กระ เจี๊ยบเขียว, วอเตอร์เครส, ผักหวาน บ้าน, ฟักเขียว ฯลฯ ไม้ผล อาทิ แก้วมังกร, กล้วยน้ำว้า, มะละกอพันธุ์ แขกดำ, มะละกอพันธุ์ปักไม้ลาย, มะพร้าวน้ำหอม, มะพร้าวห้าว, มะนาว, ชมพู่เพชรสายรุ้ง ฯลฯ พืชไร่ อาทิ ข้าวไร่พันธุ์ต่าง ๆ, สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย, สับปะรดพันธุ์นางแล, สับปะรดพันธุ์เพชรบุรี, ยางพารา ฯลฯ
ขณะนี้โครงการดำเนินการมาแล้ว 7 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 พืชผลที่ออกมาในช่วงนี้จะเป็นมะนาว มีทั้งหมด 1,386 ต้น ออกวันละประมาณ 8,000 ผล หน่อไม้ฝรั่ง มีอยู่ประมาณ 8,000 ต้น เก็บได้ประมาณกว่า 70 กิโลกรัมต่อวัน นอกจากนั้นยังมีข้าวที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว เป็นพันธุ์ข้าวเหนียวซิวแม่จัน ข้าวเจ้าลีซอ ผลผลิตอยู่ที่ 208 กิโลกรัมต่อไร่ รวมผลไม้และพืชผักต่าง ๆ ที่อยู่ออกผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตที่ได้นำไปจำหน่ายที่ ร้านโกลเด้นเพลส ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง และนำเข้าห้องเครื่องวังสวนจิตรลดาและวังไกลกังวล บางส่วนมีจำหน่ายในโครงการสำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชม
พืชผักและผล ไม้ที่ปลูกในโครงการจะมีลักษณะพิเศษคือการปลูกในดินที่เหมาะสม ระบบพืชปลอดภัย พืชทุกชนิด ได้รับการรับรองคุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร
ส่วนมันเทศญี่ปุ่นตอนนี้ก็ประสบปัญหาภัยแล้งน้ำน้อย หัวมันจะไม่สมบูรณ์ เราจึงนำยอดมันเทศญี่ปุ่นไปเก็บในแปลงพันธุ์เพื่อนำออกมาขยายพันธุ์ต่อใน โอกาสต่อไป
ช่วงนี้เกิดภาวะภัยแล้งน้ำน้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ ดำเนินการวางแผนนำน้ำเข้ามาในแปลง ทาง ท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยผาก เข้ามา ในโครงการ ระยะทางประมาณ 6 กิโล เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะยาว นอกจากนั้นยังพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีลมแรง ก็มีการจัดตั้งกังหัน 20 ตัว นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าปล่อยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอีกด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับประจำวันที่ 14 เมษายน 2553
TAG : โครงการพระราชดำริ , โครงการพระราชดําริ , เศรษฐกิจพอเพียง
Linkwheel : โครงการพระราชดำริ , โครงการพระราชดําริ , เศรษฐกิจพอเพียง
โปรแกรมสแกนไวรัส Kaspersky Internet Security 2010
Posted on May 15, 2010โปรแกรมสแกนไวรัส Kaspersky Internet Security
ความปลอดภัยในคอมพิวเตอร์คุณกำลังลดลง โดยอาชญากรบนโลกไซเบอร์ และไม่มีใครได้ชัยชนะบนความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ในขณะที่การป้องกันไฟล์เพลงและรูปภาพจากแฮกเกอร์อยู่ตลอดเวลา :
- เก็บรักษาข้อมูลการเงินให้ปลอดภัย ปรับปรุง!
- ปกป้องจากการหลอกลวงบัญชีธนาคาร จากอาชญากรโลกไซเบอร์
- รักษาภัยคุกคามของกิจกรรมช๊อปปิ้งออนไลน์
- ช่วยเตือนโปรแกรมที่น่าสงสัยและเว็บไซต์เพื่อใช้ใน Run Safe Mode ใหม่!
- อาชญากรบนโลกไซเบอร์จะไม่แตะต้องคอมพิวเตอร์ของคุณ
- ปกป้องครอบครัวคุณจาก predators on-line
- ไฟล์ของคุณจะไม่ถูกทำลายโดยแฮกเกอร์ ปรับปรุง!
- ช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น
- รักษาความปลอดภัยบน Wi-Fi การเชื่อมต่อ
- Two way personal firewall
โปรแกรมสแกนไวรัส Kaspersky Internet Security 2010
ด้วยคุณสมบัติใหม่และการปรับปรุงร่วมกับเทคโนโลยีการป้องกันล่าสุดบนภัยคุกคามออนไลน์ ให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นและปรับแต่ง การป้องกันตามกิจกรรมของคุณ:
- โหมดความปลอดภัยพิเศษสำหรับโปรแกรมที่น่าสงสัย และเว็บไซต์ ใหม่!
- ตรวจสอบความปลอดภัยของ Application เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโปรแกรมที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของคุณ ปรับปรุงใหม่!
- ควบคุมลักษณะเฉพาะของข้อมูล เพื่อเพิ่มการป้องกันของข้อมูลนั้นๆ ปรับปรุงใหม่!
- Kaspersky แถบเครื่องมือสำหรับอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ เพื่อเตือนคุณเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ติดเชื้อหรือไม่ปลอดภัย ใหม่!
- การป้องกันการขโมยข้อมูล รวมทั้งการปรับปรุงความปลอดภัยบนคีย์บอร์ดเสมือน(Virtual Keyboard) ปรับปรุงใหม่!
- ระบบตรวจสอบแบบเร่งด่วน หากพบภัยคุกคามระบบจะกักกั้นทันที ปรับปรุงใหม่!
- การป้องกันเชิงรุกรุ่นถัดไปจากภัยคุกคามที่ไม่รู้จัก ปรับปรุงใหม่!
- พิเศษ Game Mode ที่จะระงับการแจ้งเตือน,การอัพเดทและการสแกนในขณะที่คุณเล่นเกมส์ ใหม่!
Tag : โปรแกรมสแกนไวรัส : Antivirus Software
Link Wheel 1 : โปรแกรมสแกนไวรัส : Antivirus Software
Link Wheel 2 : โปรแกรมสแกนไวรัส : Antivirus Software
ก๊าซธรรมชาติหรือ NGV สำหรับยานยนต์
Posted on May 07, 2010ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือ NGV ได้มีการนำมาใช้ในหลายๆ ประเทศ เกือบทั่วทุกภูมิภาคของโลก แต่อัตราการเพิ่มยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อ เพลิง ทั้งนี้ เนื่องจากยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีมานานกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดวิกฤตการณ์น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกเชื้อเพลิงหนึ่ง เพื่อทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับก๊าซธรรมชาติเป็น เชื้อเพลิงที่มีการเผาไหม้ที่สะอาด จึงได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อลดปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในการพัฒนาตลาดรถ NGV จำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างบริการพื้นฐานควบคู่ไปด้วย ได้แก่ ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และสถานีเติมก๊าซ ซึ่งโครงสร้างบริการพื้นฐานดังกล่าวมีค่าลงทุนค่อนข้างสูง ดังนั้น การที่จะพัฒนาตลาดรถ NGV ให้แพร่หลายมากขึ้น จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการให้ความสำคัญกับการลดปัญหามลพิษทางอากาศ และการให้เงินอุดหนุน หรือลดหย่อนภาษีในการลงทุนพัฒนา โครงสร้างบริการพื้นฐาน อุปกรณ์การผลิต และอุปกรณ์ดัดแปลงต่างๆ ในหลายๆ ประเทศที่มีการใช้รถ NGV อย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่มักจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น การกำหนดมาตรการบังคับเกี่ยวกับไอเสียรถยนต์ ที่เข้มงวดขึ้นในสหรัฐอเมริกา การให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลในการสร้างสถานีเติมก๊าซในประเทศญี่ปุ่น การยกเว้นการเรียกเก็บภาษีสำหรับรถ NGV ในออสเตรเลีย เป็นต้น
ประเทศไทยได้มีการนำรถ NGV มาให้บริการแก่ประชาชน เมื่อปี พ.ศ. 2536 โดยเป็นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศของ ขสมก. ที่ให้บริการแก่ประชาชน จำนวน 82 คัน และขณะนี้ ปตท. อยู่ระหว่างการทดลอง และทดสอบการดัดแปลงเครื่องยนต์ ให้สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงร่วมด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าว จะนำไปสู่การขยายผลต่อไปกับรถของ ขสมก. และรถเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร การพัฒนาตลาดรถ NGV ในประเทศไทย จะประสบผลสำเร็จได้ ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และความร่วมมือจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ในการขจัดปัญหาและอุปสรรค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดรถ NGV ให้แพร่หลายมากขึ้นเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก๊าซธรรมชาติจึงเป็นทางเลือกเชื้อเพลิงหนึ่ง ที่จะมีบทบาทมากขึ้นในภาคคมนาคมขนส่งต่อไปในอนาคต
อาการ ปวดหลัง Low back pain
Posted on May 07, 2010อาการ ปวดหลัง เป็นอาการหนึ่งที่เป็นกันบ่อยๆ ประมาณ 4/5ของผู้ใหญ่จะเกิดอาการ ปวดหลัง ซึ่งอาจจะมากบ้างน้อยบ้างขึ้นกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการดูแลตัวเอง ผู้ที่มีอาการ ปวดหลัง ร้อยละ50จะหายภายใน 2 สัปดาห์ ร้อยละ90 จะหายภายใน 3 เดือน จะพบผู้ป่วยร้อยละ 5-10ที่จะเป็นโรคปวดเรื้อรัง การที่มีอาการปวดหลังไม่ได้หมายความว่าจะมีการทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย การ ปวดหลัง เป็นเพียงเกิดการอักเสบขึ้นที่โครงสร้างของหลัง อาการที่สำคัญที่แสดงว่าเส้นประสาทถูกทำลายและต้องพบแพทย์โดยด่วนได้แก่
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจาระไม่อยู่
- อ่อนแรงของขา
DOCTORCARE Pain Clinic and Wellness Center ให้การ รักษาอย่างมีประสิทธฺิภาพ โดยสามารถรู้สึกได้เพียงการรักษาครั้งแรก
TAG: โรคปวดเรื้อรัง , ไมเกรน , ปวดหลัง
การบริหารร่างกาย ป้องกันอาการ ปวดหลัง
Posted on May 07, 2010การบริหารร่างกาย ป้องกันอาการ ปวดหลัง สามารถทำได้ ดังนี้
1.ประโยชน์
- ทำให้กล้ามเนื้อ คลายตัวไม่เกร็ง และแข็งแรงอยู่เสมอ
- กระดูกและข้อ เสื่อมช้าลง
2.หลักการ
- 2.1 เป็นการออกกำลังบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และต้นขา และเพื่อยึดกล้ามเนื้อด้านหลังของหลังและขา ลดอาการ ปวดหลัง
- 2.2 ควรออกกำลัง บริหารด้วยความตั้งใจ ทำช้า ๆ ไม่หักโหม บริหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเช้า–เย็น และในแต่ละท่าการบริหารทำประมาณ 10 ครั้ง
- 2.3 ท่าบริหารท่าใดท่าที่ทำแล้วมีอาการ ปวดหลัง มากขึ้น ให้งดทำในท่านั้นๆ
3.ท่าการบริหารป้องกันอาการ ปวดหลัง
ท่านเตรียมบริหาร นอนหงายบนที่ราบ ศีรษะหนุนหมอน ขาเหยียดตรง มือวางข้างลำตัว
- ท่า ที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อด้านหลังของขา
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้นและวางเท้าราบกับพื้น ส่วนขาอีกข้างหนึ่งเหยียดตรงวางราบกับพื้น ยกขาที่เหยียดตรงนี้ขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่ยกได้ โดยแผ่นหลังแนบกับพื้นตลอดเวลาไม่เคลื่อนไหว แล้วจึงค่อย ๆ วางขานี้ลงราบกับพื้นเหมือนเดิม พักสักครู่ ทำประมาณ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับบริหารขากอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน - ท่า ที่ 2 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและตะโพก และลดความแอ่นของหลัง
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าทั้งสองข้างขึ้น วางเท้าราบกับพื้น หายใจเข้าและออกช้า ๆ พร้อมกับแขม่วหน้าท้อง กดหลังให้ติดแนบกับพื้น และเกร็งกล้ามเนื้อก้น [ขณะเกร็งกล้ามเนื้อก้น ก้นจะยกลอยขึ้น] ทำค้างไว้นานนับ 1-5 หรือ 5 วินาที และจึงคล้าย พักสักครู่และทำใหม่ในลักษณะเดียวกัน 10 ครั้ง - ท่า ที่ 3 ยืดกล้ามเนื้อหลัง
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าทั้งสองข้างเอามือกอดเข่าเข้ามาให้ชิดอก และยกศีรษะเข้ามาให้คางชิดเข่า ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ในลักษณะเดียวกัน ทำประมาณ 10 ครั้ง - ท่า ที่ 4 ยืดกล้ามเนื้อตะโพก
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร เอามือกอดเข่าข้างหนึ่งเข้ามาให้ชิดอก พร้อมกับขาอีกข้างเหยียดตรงเกร็งแนบกับพื้น ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ทำประมาณ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับบริหารขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน - ท่า ที่ 5 ยืดกล้ามเนื้อสีข้าง
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้นหันเข้าด้านในของลำตัว พร้อมกับใช้สันเท้าของอีกขาหนึ่งกอดเข่าที่ตั้งให้ติดพื้น โดยที่ไหล่ทั้งสองข้างติดพื้นตลอดเวลา ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ ทำประมาณ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับบริหารขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน
สรุป
อาการ ปวดหลัง สามารถป้องกันได้ในบางสาเหตุ ร่วมกับการบริหารร่างกายป้องกันอาการ ปวดหลัง การรักษาในบางสาเหตุได้ผลมากน้อยเพียงไร ขึ้นกับปัจจัยส่งเสริมหลาย ๆ ประการ การรักษาที่ถูกวิธีกับแพทย์เป็นสิ่งดีที่สุดสำหรับท่าน ขอให้ท่านมีสุขภาพหลังที่แข็งแรงอยู่เสมอ
————————————————————————————————————————–
DOCTORCARE Pain Clinic and Wellness Center ให้การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถรู้สึกได้เพียงการรักษาครั้งแรก
TAG: โรคปวดเรื้อรัง , ไมเกรน , ปวดหลัง
โรค ไมเกรน (MIGRAINE) เคล็ดลับ ๙ ประการ
Posted on May 07, 2010๑.โรคไมเกรน (MIGRAINE) คืออะไร?
และทำไมจึงเรียกไมเกรน (MIGRAINE)?
โรค ไมเกรน คือ โรคที่เกิดจากการบีบตัว และคลายตัว ของหลอดเลือดแดงในสมอง มากกว่าปรกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ในบางรายอาจมีอาการตาพร่ามัวหรือเห็นแสงระยิบระยับร่วมด้วย
โรค ไมเกรน นี้ รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัย GALEN คือ ราวสองพันปีมาแล้ว คำว่าไมเกรน (Migraine) นี้มาจากคำสองคำคือ HEMI + CRANIUM คำ HEMI แปลว่า ครึ่งซีก ส่วน RANIUM แปลว่า ศีรษะหรือหัว เมื่อคำสองคำมาผสมกันเป็น HEMICRANIUM แต่ยาวเกินไป จึงตัด “HE” ส่วนหน้าออกและ “IUM” ส่วนหลังทิ้ง จึงเหลือ “MICRAN” ในภาษาลาติน
ภาษาอังกฤษมาแปลงใหม่เป็น MIGRANE ในภาษาไทยมีคำแปลว่า “โรคตะกัง” แต่ไม่เป็นที่นิยมใช้กันแต่อย่างใด, จึงมักเรียกทับศัพท์กันว่า “โรค ไมเกรน (MIGRAINE)”
๒.โรคนี้พบบ่อยแค่ไหน?
เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า อาการปวดหัวหรือปวดศีรษะนั้นเป็นอาการที่พบบ่อยในประชาชนทั่วๆ ไป จนเรียกได้ว่าไม่มีใครที่จะไม่เคยปวดหัวเลย อาการปวดหัวนั้นอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆมากมาย เช่น โรคที่พบบ่อยได้แก่ ตัวร้อนหรือเป็นไข้ เป็นหวัด เจ็บคอ ปวดฟัน ตาแดง หูอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ ตลอดจนโรคที่พบน้อยแต่มีอันตราย เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เนื้องอกในสมองและเลือดออกในสมอง เป็นต้น
ใน ทางการแพทย์แบ่งอาการปวดศีรษะออกเป็น ๒ ชนิดคือ :
๑.ปวดศีรษะชนิดเฉียบพลัน, ซึ่งมักจะมีสาเหตุจากการอักเสบ หรือติดเชื้อในบริเวณโพรงจมูก คอ ปาก หูและตาดังกล่าวแล้ว
๒.ปวดศีรษะเรื้อรัง ซึ่งมักมีสาเหตุใหญ่ๆ เพียง ๒ ชนิดคือ
ก.โรคไมเกรน
ข.โรคปวดศีรษะจากความเครียด
ส่วนภาวะเนื้องอกในสมอง หรือการตกเลือดในสมองนั้น พบได้น้อยมากไม่ถึง ๐.๐๑ % ของผู้ที่มีอาการปวดหัวทั้งหมด ดังนั้น ถ้าใครปวดหัวและกังวลว่าตัวเองจะมีเนื้องอกในสมอง หรือมีเลือดออกในสมองนั้นมีโอกาสเป็นจริงน้อยมาก แต่มักจะปวดศีษะจากความเครียด หรือโรค ไมเกรน มากกว่า
มีคนถามว่า โรค ไมเกรน กับ โรคปวดศีรษะจากความเครียดนั้น อย่างไหนจะพบมากกว่ากัน
คำ ตอบคือ โรค ไมเกรน จะพบราว ๗% ของประชากร, ส่วนโรคปวดศีรษะจากความเครียดนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะสิ่งแวดล้อม เศรษฐฐานะ และสภาพของสังคม ในเมืองหลวงจะพบผู้ป่วยกลุ่มนี้มากกว่าในชนบท ปัจจุบันนี้คงยอมรับว่า เกือบทุกคนมีความเครียด แต่ใครจะปวดหัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับรูปแบบต่างๆ ของการแสดงออกของอาการเครียด เช่น ปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับ หงุดหงิด เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องอืดเฟ้อ ตลอดจนท้อแท้เบื่อหน่ายได้
๓.โรคไมเกรนมีอาการอย่างไร?
โรค ไมเกรน ความจริงไม่น่าจะจัดว่าเป็นโรคแต่อย่างใด, เพราะเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงในสมองบีบตัวและคลายตัวมากกว่าปรกติ ในคนปกติหลอดเลือดแดงเหล่านี้ซึ่งมีอยู่มากมายในสมอง ก็จะมีบีบตัวและคลายตัวอยู่เป็นประจำแต่ไม่มากจึงไม่ปวดหัว ในผู้ป่วย ไมเกรน จะไม่พบพยาธิสภาพใดๆในหลอดเลือดแดงของสมอง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอัมพาตหรือพิการแต่อย่างใด
อาการของโรค ไมเกรน ประกอบด้วยลักษณะต่างๆ ดังนี้ :
๑.ปวดศีรษะครึ่งซีก อาจเป็นบริเวณขมับหรือท้ายทอย แต่บางครั้งก็อาจเป็นสองข้างพร้อมกัน หรือเป็นสลับข้างกันได้
๒.ลักษณะการปวดศีรษะส่วนมากจะปวดตุ๊บๆ นานครั้งหนึ่งๆเกิน ๒๐ นาที (ยกเว้นจะได้รับประทานยา) แต่บางครั้งถ้าเป็นรุนแรงอาจปวดนานเป็นวันๆ หรือสัปดาห์ก็ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีปวดตื้อๆสลับกับปวดตุ๊บๆในสมองก็ได้
๓.อาการปวดศีรษะมักเป็นรุนแรง และส่วนมากจะมีคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วยเสมอ โดยอาจเป็นขณะปวดศีรษะ ก่อนหรือหลังปวดศีรษะก็ได้ บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากจนรับประทานอะไรไม่ได้
๔.อาการนำจะเป็นอาการทางสายตา โดยจะมีอาการนำมาก่อนปวดศีรษะราว ๑๐-๒๐ นาที เช่น เห็นแสงเป็นเส้นๆ ระยิบระยับ แสงจ้าสะท้อนหรือเห็นภาพบิดเบี้ยวนำหน้ามาก่อน
๔.ใครบ้างที่เป็นโรคไมเกรน?
โรค ไมเกรน พบบ่อยในผู้หญิงวัยสาว ระหว่าง ๒๐-๔๐ ปี ในเด็ก และผู้สูงอายุพบน้อย ผู้ชายพบว่าเป็นไมเกรนน้อยกว่าผู้หญิง ๓-๔ เท่าตัว แต่ถ้าผู้ชายเป็นมักจะมีอาการรุนแรงกว่า โดยมีอาการปวดตาข้างใดข้างหนึ่ง น้ำตาไหล ตาแดง ปวดรุนแรงมากติดต่อกันเป็นเวลา ๖-๘ สัปดาห์ และอาจเป็นซ้ำบ่อยๆทุก ๖-๑๒ เดือน โรค ไมเกรน มักพบบ่อยกับสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัวที่เป็นผู้หญิง เช่น แม่ น้องสาว น้า ป้า เป็นต้น
๕.มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้โรค ไมเกรน เป็นมากขึ้น?
เป็นที่ทราบกันดีว่า ตัวกระตุ้นหรือทำให้เกิดอาการของโรคไมเกรนมากขึ้นได้แก่
๑.ภาวะ เครียด
๒.การอดนอน
๓.การขาดการพักผ่อน หรือทำงานมากเกินไป
๔.ขณะมีระดู หรือรับประทานยาคุมกำเนิด
๕.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์
๖.อาหารบางชนิด เช่น กล้วยหอม เนยแข็ง และช็อกโกแลต
ดังนั้น ผู้ป่วยโรค ไมเกรน จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาวะต่างๆ เหล่านี้ ผู้ป่วยทุกคนต้องสังเกตตัวเองว่า อะไรเป็นตัวกระตุ้นการเกิดโรคไมเกรนในตนเอง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงและแก้ไขได้ตรงจุด
๖.เมื่อไรโรค ไมเกรน จึงหาย?
เป็นที่ยอมรับกันว่า โรค ไมเกรน ก่อให้เกิดภาวะปวดศีรษะเรื้อรังนานเป็นปีๆ บางรายอาจนานเป็นสิบๆปี จึงมักทำให้ผู้ป่วยเกิดความกังวลว่า ทำไมตัวเองจึงไม่ยอมหายจากภาวะปวดศีรษะนั้น และวิตกว่าจะมีความผิดปรกติในสมองต่างๆ เช่น เนื้องอกหรือเลือดคั่งในสมอง หรือเกรงว่าจะเกิดอัมพาตหรือพิการตามมาภายหลัง
ในกรณีนี้จะทำให้อาการปวดศีรษะเลวลง เพราะจะเกิดอาการปวดศีรษะจากภาวะเครียดเพิ่มขึ้นมาทับถมอีก การปวดศีรษะจากภาวะเครียดนั้นพูดโดยย่อ จะปวดแบบตื้อๆ หนักศีรษะทั่วทั้งศีรษะบางรายจะบอกว่า ปวดเหมือนมีอะไรมาบีบรัดโดยรอบหัว อาการนี้จะเป็นมากตอนบ่ายๆ หรือสายๆ ช่วงเช้าไม่ค่อยปวด หลังนอนพักอาการจะดีขึ้น ทั้งนี้เพราะเกิดจากการบีบเกร็งตัวของกล้ามเนื้อรอบศีรษะและบริเวณคอ
โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคไมเกรนจะไม่มีอันตราย ใดๆ ที่จะก่อให้เกิดการพิการหรือทุพพลภาพตามมาแต่อย่างใด โดยปรกติอาการปวดศีรษะชนิดไมเกรนนี้จะลดความรุนแรงลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเลยวัยหมดระดูไปแล้ว จะพบผู้ป่วยไมเกรนน้อยมาก
๗.ผู้ป่วยโรค ไมเกรน ต้องรับการตรวจวินิจฉัยอย่างไรบ้าง?
โรค ไมเกรน เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ โดยการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด ไม่มีวิธีการวินิจฉัยทางอื่นใด ดังนั้น การเจาะเลือด เอกซเรย์ หรือการตรวจคอมพิวเตอร์สมองจึงไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด กลับจะเจ็บตัวและอาจเป็นอันตรายหรือเสียเงินทองโดยไม่จำเป็น
๘.โรค ไมเกรน รักษาอย่างไร?
การปวดศีรษะจากโรค ไมเกรน มักรักษาไม่หายด้วยยาแก้ปวดพาราเซตตามอลธรรมดา ยาที่ได้ผลดีคือยาแก้ปวดแอสไพริน ขนาด ๒ เม็ด ในขณะปวด แต่ข้อระวังห้ามรับประทานแอสไพรินในขณะท้องว่าง และผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหารห้ามรับประทานแอสไพรินเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเลือดออกในกระเพาะได้มากๆ และอาจทำให้ถึงแก่กรรมได้ ในผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่า จะมีโรคกระเพาะหรือไม่ ให้รับประทานยาเคลือบกระเพาะอาหารหรือนมร่วมด้วย ก็จะป้องกันการระคายเคืองของแอสไพรินต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารได้
๙.จะป้องกันไม่ให้เกิดโรค ไมเกรน ได้ อย่างไร?
ในผู้ป่วยโรค ไมเกรน ที่นานๆ เป็นครั้ง เช่นปีละ ๒-๓ หนไม่จำเป็นต้องกินยาป้องกันแต่อย่างใด แต่ถ้าผู้ป่วยโรคไมเกรนที่เกิดอาการปวดศีรษะบ่อยๆ เช่นเกือบทุกสัปดาห์ หรือทุกวัน จำเป็นต้องให้การป้องกันโดยการหลีก เลี่ยงปัจจัยส่งเสริมให้เกิดดังกล่าวแล้ว ในกรณีที่ไม่มีปัจจัยส่งเสริมดังกล่าวอาจจำเป็นต้องให้ยาป้องกัน ซึ่งแบ่งได้หลายชนิด เช่น
ก. ERGOT ALKALOIDS เป็นยาป้องกันมิให้หลอดเลือดในสมองขยายตัว
ข. BETA BLOCKER
ค. CALCIUM CHANNEL BLOCKER
ง. ANTIDEPRESSANT เป็นต้น
จ. SEROTONIN ANTAGONIST เป็นต้น
ยา ในกลุ่มดังกล่าวเป็นยาอันตราย และมีผลข้างเคียงทุกชนิด จำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งให้และรับประทานตามกำหนดในช่วงเวลาจำกัด การซื้อใช้เองอาจเกิดผลร้ายได้
—————————————————————————————————-
DOCTORCARE Pain Clinic and Wellness Center ให้การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถรู้สึกได้เพียงการรักษาครั้งแรก
TAG: โรคปวดเรื้อรัง , ไมเกรน , ปวดหลัง
การเลือกซื้อ เครื่องถ่ายเอกสาร
Posted on May 06, 2010เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นเครื่องใช้สำนักงานสำหรับทำสำเนาเอกสารที่มีความจำ เป็นในการปฏิบัติงานในสำนักงานทุก ๆ ประเภทเนื่องจากสามารถทำสำเนาเอกสารได้เหมือนต้นฉบับทุกประการ ช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์เอกสารที่เหมือนและซ้ำๆกันเป็นจำนวนมากได้อย่าง สะดวกรวดเร็วนอกจากนี้ ยังใช้ถ่ายเอกาสารที่เป็นรูปภาพ แผนที่ กราฟ ภาพลายเส้นได้เหมือนกับต้นฉบับจริงทุกประการ อีกทั้งขั้นตอนและวิธีการใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนหรือฝึกฝนมากนัก เพียงแต่แนะนำวิธีการใช้งานสำหรับรุ่นใดรุ่นหนึ่งในครั้งแรกเท่านั้น ผู้ปฏิบัติก็สามารถใช้งานได้ทันที
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าในสำนักงานทุกๆ แห่งจะต้องมี เครื่องถ่ายเอกสาร อย่างน้อยหนึ่งเครื่องไว้ใช้งานในสำนักงานโดย ทั่วไปการพิจารณาคุณสมบัติด้านการใช้งานของ เครื่องถ่ายเอกสาร มักพิจารณาดังนี้
- อัตราการใช้งานในหนึ่งเดือนใช้งานกี่แผ่น เพื่อจะได้เลือก เครื่องถ่ายเอกสาร รุ่นที่สามารถรองรับได้
- ความเร็วในการทำงาน โดยกำหนดมาตรฐานการใช้งานเป็นอัตราความเร็วในการถ่ายสำเนาเอกสาร เช่น อัตราความเร็ว 20 แผ่น/นาที 30 แผ่น/นาที หรือ 45 แผ่น/นาที เป็นต้น
- การใช้ระบบผงหมึกแห้งบรรจุในหลอดสำเร็จรูปใส่เจ้าไปในเครื่องได้ทั้ง หลอด
- มีระบบควบคุมความเข้มจางของ เครื่องถ่ายเอกสาร โดยอัตโนมัติ ความสามารถถ่ายเอกสารได้คมชัดเหมือนต้นฉบับทั้งภาพขาว-ดำ ภาพสี ลายเส้น รอยประทับตรายาง เลยเซ็น
หนังสือเป็นเล่ม วัตถุสามริติต่างๆ - สามารถขจัดเงาดำที่ขอบของสำเนาได้
- มีระบบเตือนเมื่อเครื่องจะทำงานผิดพลาด หรือถ้าลืมวางต้นฉบับ หรือผงหมึกหมด จะมีระบบสัญญาณไฟแจ้งให้ทราบหรือสั่งการทำงานต่าง ๆ
- สั่งการทำงานต่างๆ ด้วยหน่วยความจำในโปรแกรมการทำงาน ของ เครื่องถ่ายเอกสาร เช่น การลบข้อความที่ไม่ต้องการออกโดยตั้งโปรแกรมให้เครื่องถ่ายเอกสารเฉพาะส่วน ที่ต้องการ
ตลอดจนสามารถเลือกกระดาษได้อัตโนมัติตามลักษณะของต้นฉบับ - สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ซึ่งเรียกว่า เครื่องถ่ายเอกสาร มัลติฟังก์ชั่นอัจฉริยะครอบคลุมการทำงานทั้ง ระบบการถ่ายเอกสาร เป็นทั้งเลเซอร์แฟกซ์ หรือเลเซอร์พรินเตอร์ หรือสแกนเนอร์
ทั้งนี้หน่วยงานจะเลือกใช้ เครื่องถ่ายเอกสาร ชนิดใด ยี่ห้ออะไรหรือรุ่นไหน ขีดความสามารถเท่าใด ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับลักษณะงาน และความจำเป็นในการปฏิบัติงานของหน่วยงานเป็นสำคัญ
นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่จะมองข้ามมิได้โดยเด็ดขาดก็คือ การให้บริการหลักการขายของบริษัทผู้จำหน่าย ต้องรวดเร็วและใช้อะไหล่แท้เท่านั้น และถ้าจะให้ดีต้องซื้อจากบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์
Tag : เครื่องซีร็อค, เครื่องถ่ายเอกสาร, เครื่องถ่ายเอกสารขาวดำ, เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่น